"เอาเหล็กออกแล้ว ทำไมยังปวด? ความจริงที่คนเคยขาหักต้องรู้" (เมื่อการถอดเหล็กดาม อาจไม่ใช่จุดจบของอาการปวดเสมอไป)


 


"เอาเหล็กออกแล้ว ทำไมยังปวด? ความจริงที่คนเคยขาหักต้องรู้" (เมื่อการถอดเหล็กดาม อาจไม่ใช่จุดจบของอาการปวดเสมอไป)

ใครที่เคยผ่านประสบการณ์กระดูกหัก โดยเฉพาะกระดูกต้นขาส่วนปลายที่แตกเข้าข้อ (Intercondylar femoral fracture) คงจะเข้าใจความรู้สึกของการนับวันรอ... รอวันที่กระดูกติดสนิท รอวันที่หมอบอกว่า "เอาเหล็กออกได้แล้ว" เพราะเรามีความหวังลึกๆ ว่า เมื่อสิ่งแปลกปลอมออกไปจากร่างกาย อาการปวด ความตึง หรือความรำคาญใจต่างๆ จะหายไปเป็นปลิดทิ้ง

แต่ความเป็นจริงที่เจอในคลินิกของหมอบ่อยครั้ง กลับไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบแบบนั้นครับ หลายคนเดินกลับมาหาหมอหลังจากผ่าตัดเอาเหล็กออกไปแล้ว 3 เดือน หรือ 6 เดือน ด้วยสีหน้ากังวล พร้อมคำถามที่คล้ายกันว่า "หมอครับ/ค่ะ เอาเหล็กออกแล้ว ทำไมมันยังปวดอยู่เลย? ปวดลึกๆ เหมือนตอนยังไม่ผ่า หรือบางทีปวดกว่าเดิมอีก"

วันนี้หมอไขข้อข้องใจนี้ให้กระจ่างครับ ว่าเกิดอะไรขึ้นภายในเข่าของคุณ สาเหตุของความเจ็บปวดที่แท้จริงคืออะไร และเราจะจัดการกับมันอย่างไร เพื่อให้คุณกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขอีกครั้ง

เรื่องเล่าจากคนไข้: คุณศักดิ์ กับความหวังที่พังทลาย?

หมอขอยกตัวอย่างเคส "คุณศักดิ์" (นามสมมติ) อายุ 45 ปี ประสบอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซค์ล้มเมื่อ 2 ปีก่อน ทำให้กระดูกต้นขาส่วนปลายแตกละเอียดผ่ากลางข้อเข่า (Intercondylar fracture) ตอนนั้นคุณหมอผ่าตัดใส่เหล็กดามไว้อย่างดี

เมื่อเวลาผ่านไป กระดูกติดดี คุณศักดิ์ขอผ่าเอาเหล็กออก เพราะรู้สึกตึงๆ เวลางอเข่า และไม่อยากมีโลหะในตัว พอผ่าเอาออกช่วงสัปดาห์แรกก็รู้สึกโล่งดีครับ แต่พอเริ่มกลับมาเดินลงน้ำหนักเต็มที่ อาการปวดหน่วงๆ ในข้อเข่าก็กลับมา ยิ่งวันไหนเดินเยอะ ยิ่งระบม จนคุณศักดิ์เริ่มเครียดว่า "หรือกระดูกจะหักซ้ำ?"

หมอได้ตรวจละเอียดและอธิบายให้คุณศักดิ์ฟังว่า กระดูกไม่ได้หักซ้ำครับ แต่สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นคือผลพวงจาก "รอยโรคเดิม" ที่ทิ้งร่องรอยไว้ ซึ่งเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยและมีคำอธิบายทางการแพทย์ครับ

ทำความรู้จัก "กระดูกต้นขาหักแตกเข้าข้อ" (Intercondylar Femoral Fracture)

ก่อนจะไปถึงสาเหตุความปวด เราต้องเข้าใจความซับซ้อนของการหักแบบนี้ก่อนครับ คำว่า "Intercondylar" หมายถึง การหักที่เกิดขึ้นตรงส่วนปลายสุดของกระดูกต้นขา ซึ่งเป็นส่วนที่ประกอบร่างเป็น "ข้อเข่า"

จินตนาการเหมือน "กระเบื้องปูพื้น" ที่แตกครับ ถ้าแตกตรงกลางแผ่น เราทากาวซ่อม มันก็กลับมาเรียบ แต่ถ้ามันแตกตรง "รอยต่อ" หรือแตกละเอียดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย แม้หมอจะผ่าตัดจัดกระดูกให้เนียนที่สุด ยึดด้วยน็อตและแผ่นเหล็กอย่างแน่นหนา แต่ "รอยร้าวที่ผิวกระดูกอ่อน" (Cartilage) มันยังคงอยู่

เมื่อกระดูกติดกันดีแล้ว รอยแผลเป็นที่ผิวข้อนี้แหละครับ คือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวทั้งหมด

5 สาเหตุหลัก: เอาเหล็กออกแล้ว ทำไมยังปวด?

หากคุณถอดเหล็กออกแล้วยังมีอาการปวดเข่าตลอดเวลา สาเหตุความเป็นไปได้มักจะหนีไม่พ้น 5 ข้อนี้ครับ

1. โรคข้อเข่าเสื่อมหลังอุบัติเหตุ (Post-Traumatic Osteoarthritis) นี่คือจำเลยอันดับหนึ่งครับ อย่างที่หมอเปรียบเทียบเรื่องกระเบื้องแตก แม้กระดูกจะติดดี แต่ผิวสัมผัสในข้อเข่าอาจจะไม่เรียบเนียนเหมือนเดิม 100% (Step-off) หรือเซลล์กระดูกอ่อนช้ำจากการกระแทกครั้งแรก (Chondrocyte injury) เมื่อเราเดินลงน้ำหนักซ้ำๆ ทุกวัน ตรงจุดที่ผิวไม่เรียบจะเกิดแรงเสียดทานมากกว่าปกติ นานวันเข้าก็กลายเป็นภาวะข้อเสื่อม ซึ่งอาการปวดจะมาในรูปแบบปวดลึกๆ ในข้อ ปวดเวลาอากาศเปลี่ยน หรือปวดเมื่อใช้งานหนัก

2. พังผืดในข้อเข่า (Arthrofibrosis) การผ่าตัด คือการบาดเจ็บอย่างหนึ่งของเนื้อเยื่อครับ ทั้งการผ่าใส่เหล็กครั้งแรก และการผ่าเอาเหล็กออกครั้งที่สอง ร่างกายจะซ่อมแซมตัวเองด้วยการสร้าง "พังผืด" (Scar tissue) ในบางคน ร่างกายสร้างพังผืดเยอะเกินไป จนไปยึดติดเยื่อหุ้มข้อ หรือเข้าไปแทรกอยู่ตามซอกกระดูกในเข่า ทำให้เข่าขยับได้ไม่สุด ตึง และเจ็บเวลาเคลื่อนไหว โดยเฉพาะท่าสุดวิสัย เช่น นั่งยอง หรือเหยียดขาตรงสุดๆ

3. รูของน็อตที่ถอดออก (Screw Holes & Stress Risers) เมื่อเราขันน็อตออก กระดูกจะมี "รู" เหลืออยู่ครับ แม้ร่างกายจะค่อยๆ สร้างกระดูกมาถมรูเหล่านี้ แต่ต้องใช้เวลาหลายเดือน ในช่วงแรก รูเหล่านี้เปรียบเสมือนจุดอ่อน (Stress Riser) ที่ทำให้การกระจายน้ำหนักของกระดูกไม่สม่ำเสมอ เวลาเดินลงน้ำหนัก บางคนจึงรู้สึกเสียวๆ หรือปวดหน่วงๆ บริเวณที่เคยมีน็อตอยู่

4. การสูญเสียกล้ามเนื้อ (Muscle Atrophy) ช่วงที่พักฟื้นหลังผ่าตัดถอดเหล็ก เรามักจะเดินน้อยลง ทำให้กล้ามเนื้อต้นขา (Quadriceps) ลีบเล็กลง เมื่อกล้ามเนื้อซึ่งเป็น "โช้คอัพ" ของเข่าอ่อนแรง แรงกระแทกทั้งหมดจะลงไปที่กระดูกและข้อโดยตรง ทำให้อาการปวดที่ควรจะหาย กลับปรากฏชัดขึ้น

5. อาการปวดเรื้อรังจากเส้นประสาท (Neuropathic Pain) บางครั้ง เส้นประสาทเล็กๆ บริเวณรอบเข่า หรือบริเวณแผลผ่าตัด อาจมีความไวต่อความรู้สึกมากผิดปกติ (Hypersensitivity) แม้ไม่มีอะไรไปกระตุ้น ก็ส่งสัญญาณความเจ็บปวดไปที่สมอง ทำให้รู้สึกแสบๆ ร้อนๆ หรือปวดแปลบๆ ได้

การตรวจวินิจฉัย: หาสาเหตุให้เจอ เพื่อแก้ให้ถูกจุด

เมื่อมาพบแพทย์ หมอจะไม่ได้ดูแค่แผลผ่าตัด แต่เราจะตรวจเพื่อแยกโรค ดังนี้ครับ

  • เอกซเรย์ (X-ray): ดูภาพรวมว่ารูน็อตเริ่มตื้นขึ้นไหม มีหินปูนเกาะผิดปกติ หรือมีแนวข้อเข่าเอียงหรือไม่
  • CT Scan: หากสงสัยว่าผิวกระดูกไม่เรียบ การทำ CT จะช่วยให้เห็นรายละเอียดของผิวกระดูกได้ชัดเจนแบบ 3 มิติ
  • การตรวจเลือด: เพื่อเช็กค่าการอักเสบ (ESR, CRP) ในกรณีที่สงสัยว่ามีการติดเชื้อซ่อนเร้น (Low-grade infection) ซึ่งพบได้น้อยแต่ต้องไม่ประมาท

แนวทางการรักษา: ชีวิตใหม่เริ่มต้นได้เสมอ

เมื่อทราบสาเหตุแล้ว เราสามารถวางแผนการรักษาได้ครับ ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องทนปวดตลอดไป

1. การปรับพฤติกรรมและกายภาพบำบัด (หัวใจสำคัญ)

  • สร้างกล้ามเนื้อ: การฝึกเกร็งกล้ามเนื้อหน้าขา (Quadriceps setting) คือยาวิเศษครับ ยิ่งกล้ามเนื้อแข็งแรง แรงกดที่ข้อจะยิ่งลดลง
  • หลีกเลี่ยงแรงกระแทก: ลดการวิ่ง กระโดด หรือนั่งพับเพียบขัดสมาธิ เพื่อลดแรงอัดในข้อเข่าที่มีร่องรอยเดิมอยู่

2. การใช้ยาและการฉีด

  • ยาต้านการอักเสบ: ใช้เฉพาะช่วงที่ปวดมาก เพื่อลดระบม
  • การฉีดน้ำเลี้ยงข้อเทียม (HA): ช่วยหล่อลื่นผิวข้อ ลดแรงเสียดทาน สำหรับคนที่มีภาวะข้อเสื่อมเริ่มต้น
  • การฉีดเกล็ดเลือดเข้มข้น (PRP): ช่วยกระตุ้นการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ และลดการอักเสบเรื้อรังได้ดีในผู้ป่วยกลุ่มนี้

3. การรักษาพังผืด

  • หากเป็นจากพังผืด การทำกายภาพด้วยคลื่นกระแทก (Shockwave) หรือการดัดดึงข้ออย่างนุ่มนวล จะช่วยให้พังผืดยืดหยุ่นขึ้น อาการปวดตึงจะลดลง

พยากรณ์โรค: จะหายขาดไหม?

หมอขอเรียนด้วยความจริงใจว่า อาการปวดอาจจะไม่หายไปแบบ "เป็นศูนย์" เหมือนเข่าอีกข้างที่ไม่เคยหัก เพราะโครงสร้างภายในได้เปลี่ยนไปแล้ว

แต่... เราสามารถทำให้ "หายปวดจนใช้ชีวิตได้ปกติ" ได้ครับ

เป้าหมายของเราไม่ใช่การย้อนเวลากลับไปก่อนรถล้ม แต่คือการทำให้เข่าข้างนี้ แข็งแรงพอที่จะพาเราเดินไปไหนมาไหนได้ โดยไม่รบกวนชีวิตประจำวัน คนไข้ส่วนใหญ่ของหมอ เมื่อผ่านช่วงฟื้นฟู 3-6 เดือนหลังถอดเหล็ก และกายภาพอย่างถูกต้อง อาการปวดจะลดลงจนแทบไม่รู้สึกรำคาญใจ

สรุป

อาการปวดเข่าหลังถอดเหล็กในเคสกระดูกต้นขาหักเข้าข้อ เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้และมีสาเหตุที่ชัดเจน ไม่ใช่เรื่องลี้ลับหรือโชคร้ายเพียงอย่างเดียว

มันอาจเกิดจากผิวข้อที่ไม่เรียบ พังผืด หรือกล้ามเนื้อที่ยังไม่ฟื้นตัว สิ่งสำคัญคือ "อย่าเพิ่งหมดหวัง" การดูแลตัวเองที่ถูกวิธี ร่วมกับการรักษาที่ตรงจุด จะช่วยเปลี่ยนความเจ็บปวด ให้กลายเป็นความเข้าใจ และพาคุณกลับมาเดินได้อย่างมั่นคงอีกครั้งครับ

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป หากอาการไม่ดีขึ้นควรปรึกษาแพทย์ สามารถปรึกษาปัญหากระดูกและข้อ หรืออาการปวด ได้ที่ ผศ.นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ (หมอเก่ง) ผู้เชี่ยวชาญโรคกระดูกและข้อ จังหวัดเชียงใหม่ สอบถามปัญหาโรคกระดูกและข้อ ปวดหลัง ปวดคอ ปวดเข่า ปวดไหล่ กระดูกพรุน ได้ครับ 📱 Line ID: @doctorkeng โทร 081-5303666

#ถอดเหล็กดามกระดูก #ปวดเข่าหลังผ่าตัด #กระดูกต้นขาหัก #IntercondylarFracture #ข้อเข่าเสื่อมหลังอุบัติเหตุ #กายภาพบำบัด #หมอเก่งกระดูกและข้อ #ปวดเข่าเรื้อรัง #ผ่าตัดกระดูก #กระดูกหักเข้าข้อ


References:

  1. Saleti AJ, Singh A. Outcome of removal of implants after fracture fixation. J Orthop Traumatol Rehabil. 2014;7:65-9.
  2. Minkowitz RB, Bhadsavle S, Walsh M, Egol KA. Removal of painful orthopaedic implants after fracture union. J Bone Joint Surg Am. 2007;89(9):1906-12.
  3. Papadopoulos DV, Konstantinidis GA, Gamie Z, Tsakotos G, Kenanidis E, Tsiridis E. Implant removal from the lower limb: indications, timing, surgical technique and outcomes. EFORT Open Rev. 2019;4(1):26-34.
  4. Kenny PJ, O'Brien T, Synnott A, Walsh M. Pain after internal fixation for fractured femoral shaft. Injury. 1992;23(6):401-4.
  5. Marsh JL, Weigel DP, Dirschl DR. Tibial plafond fractures. How do these ankles function over time?. J Bone Joint Surg Am. 2003;85(2):287-95. (Extrapolated relevance for intra-articular outcomes).

Comments

Popular posts from this blog

ปวดเข่าเสื่อม + สะบ้าอักเสบ: ทำไม "ปั่นจักรยาน" ตามคำแนะนำแล้วยิ่งเจ็บ? ฝืนต่อหรือพอแค่นี้?

อายุ 40 อยากฟิต... แต่ "สควอทผิดท่า" จนเจ็บเข่าเรื้อรัง 3 เดือน! ต้องรักษายังไง?